แฮกเกอร์สร้างรายได้กว่า 3.25 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จากเครือข่ายสังคมออนไลน์
เผยแพร่เมื่อ: 27 ก.พ. 2562 · ห้องข่าว · 1 นาทีในการอ่าน

การรักษาความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ และการขาดกฎระเบียบที่เข้มงวด ก่อให้เกิดอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้แฮกเกอร์สามารถทำกำไรได้อย่างน้อยปีละ 3.25 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากแพลตฟอร์มเหล่านี้เพียงอย่างเดียว
เครือยข่ายสังคมออนไลน์เป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่แฮกเกอร์ใช้ขายอุปกรณ์ เครื่องมือสำหรับการแฮก การฟอกเงิน และการขายยาเสพติด ในราคาที่ถูกมาก โดยแฮกเกอร์จะใช้เครือข่ายเหล่านี้สร้างการเชื่อมต่อ จากนั้นกำหนดเป้าหมายผู้ถือบัญชีนับล้านราย ด้วยแคมเปญ Crypto-Mining มัลแวร์โฆษณาและฟิชชิง พวกเขาเผยแพร่มัลแวร์ผ่านการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่เป็นลูกโซ่เพื่อทำลายเครือข่ายขององค์กร และเข้าไปยึดครองสิทธิ์เพื่อโจรกรรมข้อมูล
เพียงระหว่างปี 2015 ถึงปี 2017 รายงานอาชญากรรมไซเบอร์ในเครือข่ายโซเชียลมีเดียในสหรัฐอเมริกานั้น เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 300 เท่า ส่วนใหญ่เผยแพร่ผ่านแอปโฆษณาและลิงก์ โดย Crypto-Mining นั้นเติบโตขึ้นเกือบ 600 เปอร์เซ็นต์ และเป็นที่นิยมมากในกลุ่มของโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter และ Facebook
ในการวิจัยของแมคไกวร์ พบว่าเครื่องมือในการทำอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตในการขายบน Facebook, YouTube และ Instagram ความพร้อมใช้งานของเครื่องมือเหล่านี้ ซึ่งหมายถึงอาชญากรไม่จำเป็นต้องมีทักษะการแฮกที่กว้างขวางอีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถซื้อบ็อตเน็ต หรือการหาประโยชน์ ได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของแพลตฟอร์มโซเชียลนั้น มีเครื่องมือแฮกเพื่อขายอยู่ทั่วไป
“Facebook Messenger เป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายสายพันธุ์ Crypto-Mining ต่างๆ เช่น Digmine” ดร. ไมค์แมคไกวร์ อาจารย์อาวุโสด้านอาชญวิทยา จากมหาวิทยาลัยเซอร์เรย์กล่าว “ อีกตัวอย่างหนึ่งที่เราพบคือบน YouTube ผู้ใช้คลิกที่โฆษณาเพื่อรับชม โดยไม่ทราบว่านั่นคือการคลิกเพื่อเปิดใช้งานมัลแวร์ Crypto-Mining บนอุปกรณ์ของพวกเขา โดยแอบใช้ CPU มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในการขุด Monero สำหรับธุรกิจมัลแวร์ประเภทนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เนื่องจากความต้องการประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้ทรัพยากรด้านไอทีมีการติดเชื้อในเครือข่าย และเร่งการเสื่อมสภาพของสินทรัพย์นั้นสำคัญยิ่งขึ้น”
ในยุคที่แม้แต่บริษัทต่างๆ ล้วนพึ่งพาโซเชียลมีเดีย เพื่อโปรโมทสินค้าและบริการของพวกเขา หรือเพียงแค่เข้าถึงฐานแฟนๆ ของพวกเขา“ โซเชียลมีเดียทำตัวเหมือนม้าโทรจันเข้ามาในองค์กร ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการโดนหลอกลวง และฉ้อโกง อ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และรายงานเศรษฐกิจอาชญากรรม การวิจัยพบว่าสื่อโซเชียลนำไปสู่หนึ่งในห้า บริษัทที่ติดไวรัสซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายนั่นเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกป้องครอบครัวของคุณจากมิจฉาชีพที่ใช้ AI ปลอมเสียง “ลูกร้องไห้”
เผยแพร่เมื่อ: 21 ก.ค. 2569

Data Breach คืออะไร? แล้วทำไม Bitdefender ถึงเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด
เผยแพร่เมื่อ: 19 ก.ค. 2569

เทศกาลฟุตบอลฟีเวอร์: อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพทำประตูทำลายความปลอดภัยทางดิจิทัลของคุณ
เผยแพร่เมื่อ: 15 มิ.ย. 2569

ใช้ Android ต้องดูด่วน! 3 วิธีตั้งค่าล็อกมือถือป้องกันแอปดูดเงินหมดบัญชี (อัปเดตล่าสุด)
เผยแพร่เมื่อ: 12 มิ.ย. 2569

แฮกเกอร์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจของคุณคือสิ่งต่อไป
เผยแพร่เมื่อ: 29 พ.ค. 2569