ผู้ส่งอีเมลขยะ (Spammer) ใช้ข้อความที่เกี่ยวข้องกับ Coronavirus เพื่อทำการปล่อย Keylogger
เผยแพร่เมื่อ: 13 มี.ค. 2563 · ห้องข่าว · 1 นาทีในการอ่าน

แฮกเกอร์กำลังอาศัยประโยชน์ในช่วงเกิดโรคไวรัส coronavirus, COVID-2019 ระบาด โดยพยายามหลอกล่อผู้คนให้ดาวน์โหลดมัลแวร์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีนั้น สามารถขโมยข้อมูลที่มีค่าจากคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั่นเอง
มัลแวร์ดังกล่าวนั้น ถูกใช้งานผ่านอีเมลซึ่งมีไฟล์แนบที่ติดมัลแวร์ โดยไม่ใช่เทคนิคที่ใหม่ เป็นการโจมตีรูปแบบที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามแฮกเกอร์ต้องใช้สิ่งที่ล่อตาล่อใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ที่อาจเป็นเหยื่อ และวิธีที่ดีกว่าจากการทำกำไรจากการระบาดใหญ่ของโรค Covid-19 ก็คือเพื่อชักชวนผู้ใช้ให้เปิดใช้งานไฟล์ที่ติดไวรัสดังกล่าว
นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า การแพร่กระจายของไฟล์ชื่อ “CoronaVirusSafetyMeasures_pdf” มักจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์แนบอีเมล ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นไฟล์ RAT (โทรจันที่สามารถเข้าถึงได้ในระยะไกล) ที่ทำหน้าที่เป็นแป้นพิมพ์จำลอง เพื่อขโมยพฤติกรรมการกดคีย์บอร์ดทั้งหมด
ตามปกติแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับมัลแวร์ประเภทนี้ โดยสิ่งที่แนบมานั้นแทบจะเป็นสิ่งสุดท้ายสำหรับผู้ไม่ประสงค์ดี ซึ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแฮกเกอร์นั้น ไม่ต้องการให้มีการป้องกันในอุปกรณ์ปลายทาง ในกรณีนี้เป็นการวางข้อมูลไว้เพื่อหลอกล่อเหยื่อ ซึ่งหมายความว่าไฟล์ดังกล่าวนั้น เป็นเพียงขั้นตอนเดียวที่นำไปสู่เป้าหมายของผู้ไม่ประสงค์ดีในการขโมยข้อมูล
การเปิดสิ่งที่แนบ จะเริ่มต้นการดาวน์โหลดไฟล์จำพวกไบนารีที่เข้ารหัส ซึ่งดาวน์โหลดสองไฟล์ ซึ่งก็คือ “filename1.vbs” และ“ filename1.exe” มันจะถูกเขียนลงในรีจิสทรีของ Windows เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะสามารถรีบูตได้ โดย ณ จุดนี้ มันอาจทำหน้าที่เป็น keylogger ลงทะเบียนการกดคีย์ของผู้ใช้งาน และเก็บรวบรวมเอาไว้ในไฟล์ และข้อมูลที่รวบรวมโดยมัลแวร์ดังกล่าว จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์การควบคุมปลายทาง (C&C) ตามที่อยู่ของโดเมน 66.154.98.108 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในช่วงตั้งแต่ปี 2012
การใช้ประโยชน์จากหัวข้อข่าวที่น่าสนใจเช่น coronavirus scare เป็นวิธีการทั่วไปในการแพร่กระจายมัลแวร์ ทำให้ผู้คนมักจะเปิดอีเมล หรือสิ่งที่แนบมาจากแหล่งที่ไม่รู้จัก ขอแนะนำให้ใช้โซลูชันความปลอดภัย แต่ก็ไม่แนะนำให้เปิดอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดูเหมือนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส
บทความที่เกี่ยวข้อง

ปกป้องครอบครัวของคุณจากมิจฉาชีพที่ใช้ AI ปลอมเสียง “ลูกร้องไห้”
เผยแพร่เมื่อ: 21 ก.ค. 2569

Data Breach คืออะไร? แล้วทำไม Bitdefender ถึงเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด
เผยแพร่เมื่อ: 19 ก.ค. 2569

เทศกาลฟุตบอลฟีเวอร์: อย่าปล่อยให้มิจฉาชีพทำประตูทำลายความปลอดภัยทางดิจิทัลของคุณ
เผยแพร่เมื่อ: 15 มิ.ย. 2569

ใช้ Android ต้องดูด่วน! 3 วิธีตั้งค่าล็อกมือถือป้องกันแอปดูดเงินหมดบัญชี (อัปเดตล่าสุด)
เผยแพร่เมื่อ: 12 มิ.ย. 2569

แฮกเกอร์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ธุรกิจของคุณคือสิ่งต่อไป
เผยแพร่เมื่อ: 29 พ.ค. 2569